Home » Uncategorized » สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับนมผสม

สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับนมผสม

ในขณะที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ต่างก็ทราบดีว่า “การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีที่สุดสำหรับทารก”  แต่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กลับต่ำกว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมผสมหลายเท่า   นั่นก็เพราะว่าพ่อแม่เหล่านั้นไม่เคยทราบว่า “นมผสมที่ใช้เลี้ยงทารกแทนนมแม่ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดนั้นไม่ดีพอสำหรับทารก”  คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่านมผงดัดแปลงสำหรับทารกเป็นทางเลือกที่สองต่อจากนมแม่  แต่ที่จริงแล้วองค์การอนามัยโลก (WHO) กลับระบุว่า“ทางเลือกที่สอง ถัดจากการให้ลูกดูดนมจากอกแม่ คือ การให้ลูกกินนมแม่ด้วยวิธีการอื่น(แทนการดูดโดยตรง) ทางเลือกที่สามคือ กินนมจากแม่คนอื่น(น้ำนมบริจาค)  และทางเลือกที่สี่คือ นมผงดัดแปลงสำหรับทารก”

ผู้ผลิตและจำหน่ายนมผสมต่างทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อการโฆษณาให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่า นมผสมของบริษัทตนนั้นมีคุณสมบัติ “ใกล้เคียง” นมแม่มากที่สุด  และหนึ่งในกลยุทธ์ของการประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุด ก็คือการประชาสัมพันธ์ผ่านโรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์นั่นเอง   เมื่อผู้บริโภคได้รับเอกสารหรือตัวอย่างนมผสมแจกฟรี  จากแพทย์หรือโรงพยาบาล  ก็จะเข้าใจว่า “นมผสมยี่ห้อนั้นๆ”  ดีและเหมาะสำหรับทารกจริงๆ

ข้อมูลที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้เลยก็คือ ความจริงที่ว่า “นมผสมเหล่านั้น” มีองค์ประกอบที่ห่างไกลจากนมแม่มาก  ยิ่งมีการคิดค้นมากขึ้นเท่าไหร่  ผู้ผลิตทั้งหลายก็ยิ่งต้องยอมรับความจริงว่า “เป็นไปไม่ได้เลยที่จะผลิตนมผสมให้เลียนแบบนมแม่ได้”  นมผสมหรือนมผงดัดแปลงสำหรับทารกนั้นใช้คำภาษาอังกฤษว่า “formula” ซึ่งแปลว่า “สูตร”  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  ไม่มีผู้ผลิตนมผสมรายใดเลยที่รู้ “สูตร” ที่แท้จริงของนมแม่  เพราะ “นมแม่” นั้นมีส่วนประกอบนับพันชนิดรวมทั้งเซลล์มีชีวิตต่างๆ  ฮอร์โมนหลายชนิด เอนไซม์ที่มีฤทธิ์ทำปฏิกิริยา อิมมูโนโกลบูลิน (ภูมิคุ้มกันโรค) และสารประกอบที่มีโครงสร้างเฉพาะซึ่งไม่สามารถทำเลียนแบบในนมผสมสำหรับทารกได้

นมของแม่แต่ละคนนั้นถูกผลิตขึ้นมาได้อย่างเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกของตน  ถ้าลูกคลอดก่อนกำหนด  นมที่ถูกผลิตออกมาก็จะเหมาะสมที่สุดกับทารกที่คลอดก่อนกำหนด  ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ก็แปรเปลี่ยนไปตามเชื้อโรคที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของแต่ละคน  สารอาหารในนมแม่ยังแปรเปลี่ยนไปตามความต้องการในแต่ละช่วงวัยของลูกอีกด้วย  ในขณะที่นมผสมแต่ละยี่ห้อนั้น  ต่างผลิตขึ้นมาตามความต้องการของผู้ผลิต เหมือนกันหมดสำหรับทารก “ทุกคน” (ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่เหมาะสำหรับทารกคนใดเลยด้วยซ้ำ)

การที่ผู้ผลิตใช้ “นมวัว” หรือ “ถั่วเหลือง” เป็นวัตถุดิบในการผลิต  ไม่ใช่เพราะมันมีคุณสมบัติใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด  แต่เป็นเพราะ “หาง่ายและราคาถูก”  ซึ่งสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลต่างหาก  นมผสมแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันเพราะผู้ผลิตต่างพยายามผลิตสินค้าที่ไม่มีใครรู้สูตรและส่วนผสม ข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่ FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) ตระหนักดีและยอมรับในคำแถลงเมื่อเร็วๆ นี้คือ “สารเคมีที่ประกอบขึ้นเป็นนมแม่ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้แน่ชัด” และมีการตั้งข้อสังเกตว่า “ทารกที่กินนมผสม ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ซึ่งแตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละยี่ห้อ และเราค้นพบอย่างต่อเนื่องว่ามันมีสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย… สารอาหารเหล่านี้จะถูกเสริมเข้าไป ปกติมักจะเป็นภายหลังจากเกิดอันตรายกับทารกแล้ว หรือเมื่อมีแรงกดดันจากผู้บริโภคไปบังคับ”

นมผสมทุกยี่ห้อจะระบุวิธีใช้ว่า “ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์”  ซึ่งแสดงนัยว่าความต้องการสารอาหารของทารกแต่ละคนจะแตกต่างกันไป และกุมารแพทย์จะต้องสามารถวิเคราะห์ความแตกต่างนี้และเลือกนมผสมที่เหมาะสมให้ทารกได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้   ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนยี่ห้อนมผสมที่ใช้ไปเรื่อยๆ  จนกว่าจะเจอว่ายี่ห้อไหน “เหมาะ” กับลูกของตน

ความจริงนี้ไม่ได้ถูกตระหนักเลยว่า  พ่อแม่ทั้งหลายกำลังให้ “ลูกของตน” เป็นเสมือน “หนูทดลอง” ของบริษัทผู้ผลิตเหล่านั้น  ตัวอย่างง่ายๆ  ก็คือ ทารกที่กินนมแม่ไม่เคยมีอาการท้องผูก  แต่ทารกที่กินนมผสมส่วนใหญ่มักจะมีอาการท้องผูก ปวดท้อง เพราะร่างกายของทารกยังไม่สามารถย่อยสารประกอบหลายอย่างที่มีในนมผสมได้   นี่คือข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัดในการผลิตสารอาหารทดแทนนมแม่   แต่ผู้ผลิตไม่เคยยอมรับเลยว่าพวกเขาทำผิดพลาด  แต่กลับนำาประกาศเป็นความสำเร็จในการค้นคว้าวิจัยเมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นได้แล้ว ทุกครั้งที่ผู้ผลิตนมผสมเหล่านั้นเปลี่ยนสูตรหรือพัฒนาสูตรใหม่  ก็หมายความว่าพวกเขาพบข้อผิดพลาดอีกแล้วในการผลิตที่ผ่านๆ มา  โดยไม่ได้สนใจเลยว่าในระยะยาวจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพของทารกจำนวนเท่าใดที่บริโภคนมผสมที่ถูกผลิตอย่างบกพร่องในครั้งก่อนๆ ไปแล้ว

อันตรายของนมผสมสำหรับทารกอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่ค่อยได้เผยแพร่ต่อสาธารณะชน คือ อันตรายซึ่งแฝงมากับการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตจำนวนมากเพื่อการค้า ในอเมริกาแค่ช่วงปี 1982–1994 มีการเรียกนมผสมคืนจากร้านค้าเนื่องจากปัญหาความปลอดภัยและสุขภาพถึง 22 ครั้ง ในการเรียกคืนเหล่านี้มีอย่างน้อย 7 ครั้งที่ FDA ระบุว่าเป็น “ระดับ 1” ซึ่งหมายถึงมีโอกาสเป็นอันตรายต่อชีวิต ยังมีอีกหลายครั้งที่การสุ่มตรวจนมผสมในห้องแล็บพบว่ามีแบ็คทีเรียและแร่ธาตุบางชนิดปนเปื้อนในระดับซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทารก แต่ไม่ถึงระดับที่ FDA จะออกคำสั่งให้เรียกคืนสินค้าในวงกว้าง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1995 เจ้าหน้าที่พิเศษ FDA ได้เปิดโปงคดีในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีการนำนมผสมคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานไปติดฉลากใหม่และขายลดราคา ไม่มีใครรู้ว่ามีทารกจำนวนเท่าไรที่กินนมผสมด้อยคุณภาพเหล่านี้เข้า

Comments are closed.